🥇 ทองสมาคม ซื้อ 72,000.00 ขาย 72,200.00 ▲ +250|🏅 ทองแท่ง 96.5% ซื้อ 72,000.00 ขาย 72,200.00|💍 ทองรูปพรรณ ซื้อ 70,554.64 ขาย 73,000.00|🥇 ทองสมาคม ซื้อ 72,000.00 ขาย 72,200.00 ▲ +250|🏅 ทองแท่ง 96.5% ซื้อ 72,000.00 ขาย 72,200.00|💍 ทองรูปพรรณ ซื้อ 70,554.64 ขาย 73,000.00|
ข่าวกระทบ

ข่าวร้อนวันนี้ 25 เม.ย. 2569: ความตึงเครียดฮอร์มุซพุ่ง ดันทองไทยทะลุ 72,000 บาท แม้ Fed ส่งสัญญาณแข็งกร้าว

📅 25 เม.ย. 2569 12:31 น. 👁 6 ครั้ง 🥇 ราคาอ้างอิง: 72,000.00 บาท
ข่าวร้อนวันนี้ 25 เม.ย. 2569: ความตึงเครียดฮอร์มุซพุ่ง ดันทองไทยทะลุ 72,000 บาท แม้ Fed ส่งสัญญาณแข็งกร้าว

ราคาทองคำในประเทศวันนี้ (25 เม.ย. 2569) ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ดันราคาขายทองแท่ง 96.5% ขึ้นไปแตะระดับ 72,200.00 บาทต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 250.00 บาทจากวันก่อนหน้า สะท้อนถึงแรงซื้อที่หลั่งไหลเข้ามาในสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังคงผันผวนรุนแรง โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่เข้ามาบดบังสัญญาณแข็งกร้าวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้อย่างสิ้นเชิงในวันนี้

ช่องแคบฮอร์มุซเดือด: ชนวนสำคัญดันราคาทองคำพุ่งทะยาน

ข่าวที่จุดชนวนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันนี้คือเหตุการณ์ความตึงเครียดครั้งใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก รายงานข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ทำการยิงขีปนาวุธเตือนระยะใกล้ใส่เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไลบีเรียที่เช่าโดยบริษัทสหรัฐฯ ขณะแล่นผ่านบริเวณช่องแคบดังกล่าวเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 เม.ย. 2569) แม้จะไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรง แต่เหตุการณ์นี้ได้สร้างความตื่นตระหนกและจุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของการขนส่งน้ำมันทั่วโลกอย่างรุนแรง

ผลกระทบต่อราคาทองคำ: เหตุการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที และตอกย้ำถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันนี้ได้กระตุ้นให้นักลงทุนแห่เข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven assets) อย่างทองคำ โดยตรง ดันราคาทองคำโลก (XAU/USD) ให้ทะยานขึ้นกว่า 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในไม่กี่ชั่วโมง แตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ 2,585 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ การที่ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่หากเกิดการปิดกั้นหรือความขัดแย้งรุนแรงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล ทำให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้ในช่วงวิกฤตพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

Fed ยังคงแข็งกร้าว: แรงต้านที่ถูกบดบังด้วยความกลัว

ในขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังคุกรุ่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณแข็งกร้าวเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน รายงานการประชุม FOMC เดือนมีนาคม 2569 ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (24 เม.ย. 2569) แสดงให้เห็นว่ากรรมการ Fed ส่วนใหญ่ยังคงกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่ "เหนียวแน่น" มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะจากตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หลักเดือนมีนาคม 2569 ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 3.8% เมื่อเทียบรายปี และอัตราการว่างงานที่ยังคงต่ำกว่า 3.5% ทำให้กรรมการ Fed บางท่านเริ่มพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการ "คงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น" (higher for longer) และชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ในปลายปี 2569 ออกไป

ถ้อยแถลงของประธาน Fed สาขาคลีฟแลนด์, ลอเร็ตตา เมสเตอร์, ในงานสัมมนาทางเศรษฐกิจเมื่อคืนนี้ ยิ่งตอกย้ำมุมมองที่แข็งกร้าว โดยเธอกล่าวว่า "ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% อย่างต่อเนื่อง ทำให้ Fed ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม" ซึ่งก่อนหน้านี้ Fed ได้ปรับลดดอกเบี้ยไปแล้ว 2 ครั้งในช่วงปลายปี 2568

ผลกระทบต่อราคาทองคำ: โดยปกติแล้ว สัญญาณที่แข็งกร้าวของ Fed และแนวโน้มการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น จะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ อิทธิพลของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซได้เข้ามาบดบังแรงกดดันจาก Fed อย่างเห็นได้ชัด แม้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY Index) จะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยไปที่ 106.10 แต่แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยก็ยังคงมีน้ำหนักเหนือกว่าปัจจัยดังกล่าว

เศรษฐกิจจีนและความต้องการทองคำที่แข็งแกร่ง

อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนที่มองข้ามไม่ได้คือความต้องการทองคำจากประเทศจีน รายงานล่าสุดจาก World Gold Council สำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 ชี้ให้เห็นว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเข้าสู่ทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นอีก 25 ตันในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นการสะสมทองคำติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 18 นอกจากนี้ ความต้องการทองคำจากภาคเอกชนในจีนก็ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์และผลตอบแทนที่ผันผวนในตลาดหุ้นจีน ทำให้ประชาชนและนักลงทุนหันมาถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษามูลค่าสินทรัพย์

ผลกระทบต่อราคาทองคำ: ความต้องการทองคำที่แข็งแกร่งจากจีน ไม่ว่าจะเป็นจากธนาคารกลางหรือภาคเอกชน ล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยสร้างฐานราคาและจำกัด downside risk ของราคาทองคำ ทำให้ทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากฝั่งอุปสงค์อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยกดดันจากภายนอกก็ตาม

วิเคราะห์ภาพรวม: ภูมิรัฐศาสตร์เหนือกว่านโยบายการเงินในวันนี้

จากการวิเคราะห์ข่าวสำคัญข้างต้น พบว่าราคาทองคำที่พุ่งทะยานขึ้นในวันนี้ เป็นผลมาจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งได้สร้างความกังวลอย่างมากต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกและกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำอย่างมหาศาล แม้ว่า Fed จะส่งสัญญาณแข็งกร้าวและมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น ซึ่งตามปกติแล้วจะเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ แต่ในสถานการณ์ที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ปะทุขึ้นอย่างฉับพลันเช่นนี้ แรงขับเคลื่อนจาก Safe-haven demand ก็มีน้ำ

หนักเหนือกว่าปัจจัยอื่น ๆ อย่างชัดเจน ทำให้ราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดทองคำไทยที่ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยิ่งหนุนให้ราคาทองคำในประเทศทะยานขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่

แนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้นและระยะกลาง

ระยะสั้น (สัปดาห์หน้า): ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ จะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของราคาทองคำ หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นอีก ทองคำจะยังคงได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน นักลงทุนจะจับตาดูท่าทีของ Fed อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ท่านอื่น ๆ และข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ตัวเลข GDP และดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ หากข้อมูลเหล่านี้ยังคงบ่งชี้ถึงเงินเฟ้อที่ "เหนียวแน่น" และเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ก็จะยิ่งตอกย้ำมุมมอง "higher for longer" ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำได้ในระดับหนึ่ง แต่คาดว่าแรงหนุนจาก Safe-haven demand จะยังคงมีน้ำหนักมากกว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน

ระยะกลาง (ไตรมาส 2-3 ปี 2569): ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัยต่อเนื่อง ทั้งจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจยืดเยื้อ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หรือความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์อื่น ๆ นอกจากนี้ ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางจีน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างฐานราคาให้ทองคำ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบการเงินโลก และความต้องการกระจายความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม หาก Fed เริ่มส่งสัญญาณที่ผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน หรือมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจริง ๆ ในช่วงปลายปี อาจทำให้ราคาทองคำได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง แต่ในทางกลับกัน หากเงินเฟ้อยังคงสูงและ Fed ต้องคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจเป็นปัจจัยจำกัดขาขึ้นของทองคำได้

---

คำถามที่พบบ่อย (FAQ):

คำถาม: ทำไมความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซจึงสำคัญต่อราคาทองคำ?
คำตอบ: ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก การเกิดความตึงเครียดหรือความขัดแย้งในบริเวณนี้จะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และสร้างความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงด้านพลังงานอย่างรุนแรง ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนแห่เข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเพื่อรักษามูลค่าสินทรัพย์ในช่วงวิกฤต

คำถาม: สัญญาณแข็งกร้าวของ Fed ไม่สามารถกดดันราคาทองคำได้เลยหรือ?
คำตอบ: โดยปกติแล้ว สัญญาณแข็งกร้าวของ Fed ที่นำไปสู่การคงอัตราดอกเบี้ยสูงนานขึ้น จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง แรงขับเคลื่อนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven demand) จะมีน้ำหนักเหนือกว่าปัจจัยด้านนโยบายการเงิน ทำให้ทองคำยังคงปรับตัวขึ้นได้แม้ Fed จะแข็งกร้าวก็ตาม

คำถาม: ปัจจัยใดที่นักลงทุนควรจับตาเป็นพิเศษในช่วงนี้?
คำตอบ: นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซและตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด รวมถึงถ้อยแถลงและรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และตัวเลขการจ้างงาน ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงิน

คำถาม: แนวโน้มราคาทองคำในประเทศจะไปถึงไหน?
คำตอบ: ราคาทองคำในประเทศได้รับอานิสงส์จากราคาทองคำโลกที่พุ่งสูงขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง หากปัจจัยเหล่านี้ยังคงอยู่ ราคาทองคำในประเทศก็มีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นประเด็นหลักที่ขับเคลื่อนตลาด อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในอนาคต หรือการกลับมาแข็งค่าของเงินดอลลาร์ อาจเป็นปัจจัยที่จำกัดขาขึ้นของทองคำในประเทศได้

---

สรุป:

วันที่ 25 เมษายน 2569 ตลาดทองคำโลกและทองคำไทยได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถมีอิทธิพลเหนือกว่านโยบายการเงินได้อย่างไร การปะทุขึ้นของความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซได้จุดชนวนให้เกิดแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมหาศาล ดันราคาทองคำโลกทะยานสู่ระดับ 2,585 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ และส่งผลให้ราคาทองคำไทยทะลุ 72,000 บาทต่อบาททองคำ แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงส่งสัญญาณแข็งกร้าวเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยก็ตาม ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ประกอบกับความต้องการทองคำที่แข็งแกร่งจากธนาคารกลางและภาคเอกชนจีน ได้สร้างฐานที่แข็งแกร่งให้กับราคาทองคำ ทำให้ทองคำยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและรักษามูลค่าสินทรัพย์ในช่วงเวลาที่โลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวน

ข้อมูลนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

หนักเหนือกว่าปัจจัยอื่น ๆ อย่างชัดเจน ทำให้ราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดทองคำไทยที่ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยิ่งหนุนให้ราคาทองคำในประเทศทะยานขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่

แนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้นและระยะกลาง

ระยะสั้น (สัปดาห์หน้า): ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ จะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของราคาทองคำ หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นอีก ทองคำจะยังคงได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน นักลงทุนจะจับตาดูท่าทีของ Fed อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ท่านอื่น ๆ และข้อมูล

📤 แชร์บทความ:
Facebook Messenger LINE X (Twitter)
ลิงก์สั้น: https://xn--42cg1c5bwc1ab.live/s/mzu2dg8
ข่าวทอง เศรษฐกิจโลก ราคาทอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

← บทความทั้งหมด หน้าแรก →