วันนี้ (24 เม.ย. 2569) ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อย 250 บาท สู่ระดับ 72,000.00 บาทสำหรับราคารับซื้อทองแท่ง ซึ่งเป็นการพักฐานหลังจากที่เคยพุ่งทะยานอย่างร้อนแรงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำในวันนี้มาจากการส่งสัญญาณ 'รอดู' ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ท่ามกลางตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้า
โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดที่ 3.8% ในเดือนมีนาคม 2569 ยังคงห่างไกลจากเป้าหมาย 2% ของ Fed อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ตลาดต้องปรับมุมมองต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ เหลือเพียง 1 ครั้ง หรืออาจไม่มีเลย ซึ่งได้สร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนอย่างทองคำ ทำให้ราคาทองคำสปอตในตลาดโลกปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 2,395 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่เคยทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 2,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อต้นเดือน
ท่าทีของ Fed ที่เน้นย้ำถึงข้อมูลเศรษฐกิจ (data-dependent) และการส่งสัญญาณ "Higher for Longer" สำหรับอัตราดอกเบี้ย ได้ตอกย้ำความกังวลว่าต้นทุนการกู้ยืมจะยังคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่ยังคงผันผวน และแรงกดดันด้านค่าจ้างในตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง ทำให้ Fed ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง การที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (real interest rates) ยังคงอยู่ในระดับบวก ย่อมเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ และส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อราคาทองคำในระยะสั้น
แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจาก Fed แต่ทองคำยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากปัจจัยเชิงโครงสร้างและภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนระอุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ รวมถึงความไม่แน่นอนจากสงครามในยูเครน และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีนในประเด็นไต้หวันและทะเลจีนใต้ ยังคงเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนและธนาคารกลางทั่วโลกมองหาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven asset) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีการซื้อสุทธิรวมกันกว่า 1,037 ตัน และมีแนวโน้มที่จะซื้อเพิ่มขึ้นอีกในปี 2569 โดยเฉพาะจากธนาคารกลางในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ การถือครองทองคำของธนาคารกลางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรองรับราคาและจำกัด downside ของทองคำในระยะยาว
ในระยะสั้น ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด และอาจเผชิญกับการพักฐานต่อไป ตราบใดที่ Fed ยังคงท่าทีระมัดระวังและตัวเลขเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง การทะลุผ่านแนวต้านสำคัญที่ 2,420-2,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเป็นเรื่องยากในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางถึงยาว ทองคำยังคงมีศักยภาพในการปรับตัวขึ้นได้อีก เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค ความเสี่ยงจากหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยที่หนุนนำให้ทองคำเป็นที่ต้องการในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยรักษามูลค่า โดยนักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจกลับมาทดสอบระดับ 2,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อีกครั้ง หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น หรือหาก Fed เริ่มส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
คำถาม: Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยเมื่อใด?
คำตอบ: จากข้อมูล CPI ล่าสุดที่ยังสูงกว่าเป้าหมายของ Fed ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจล่าช้าออกไปถึงช่วงปลายปี 2569 หรืออาจไม่มีการลดดอกเบี้ยเลย หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
คำถาม: อะไรคือปัจจัยหลักที่หนุนราคาทองคำในระยะยาว?
คำตอบ: ปัจจัยหลักคือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและยูเครน รวมถึงการเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลกเพื่อกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
คำถาม: การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร?
คำตอบ: โดยทั่วไปแล้ว การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลลบต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำมีราคาเป็นดอลลาร์ ทำให้แพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น และลดความน่าสนใจในการลงทุน
คำถาม: นักลงทุนทองคำควรมีกลยุทธ์อย่างไรในช่วงนี้?
คำตอบ: ในช่วงที่ราคาทองคำผันผวน นักลงทุนควรพิจารณาลงทุนอย่างรอบคอบ อาจใช้กลยุทธ์ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว และติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาส
สรุป
ราคาทองคำในวันนี้เผชิญกับการพักฐานจากท่าทีที่ระมัดระวังของ Fed และตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย ซึ่งกดดันให้โอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยล่าช้าออกไป อย่างไรก็ตาม ทองคำยังคงได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในระยะยาว ทั้งจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก ทำให้นักลงทุนยังคงต้องจับตาสถานการณ์เศรษฐกิจและนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางของราคาทองคำต่อไป
ข้อมูลนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
ทองคำฝ่าด่าน $2,400: Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายเล็กน้อย ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอน 5 มิ.ย. 2569
ราคาทองคำในตลาดโลกกลับมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 2,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้งในวันนี้ (5 มิ.ย. 2569) หลังจากที่เผชิญกับการพักฐานมาระยะหนึ่ง ปัจจัยหนุนหลักมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มส่งสัญญาณที่ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงบ้าง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
##