ราคาทองคำในประเทศประจำวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เผชิญกับการปรับฐานรุนแรง โดยราคาประกาศจากสมาคมค้าทองคำร่วงลงถึง 900.00 บาท หรือคิดเป็น -1.26% จากราคาปิดเมื่อวานนี้ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากท่าทีที่แข็งกร้าวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เปิดตลาดวันแรงงานปี 2569 นักลงทุนทองคำต้องเผชิญกับข่าวร้าย เมื่อราคาประกาศทองคำแท่ง 96.5% มีการปรับลดลงอย่างรุนแรง โดยราคารับซื้ออยู่ที่ 70,350.00 บาท และราคาขายออกอยู่ที่ 70,550.00 บาท ซึ่งลดลงถึง 900.00 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวานที่ 71,450.00 บาท (สำหรับราคาขายออก) การลดลงครั้งนี้ถือเป็นการปรับฐานที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายสัปดาห์ สะท้อนถึงแรงเทขายอย่างหนักทั้งในตลาดโลกและตลาดในประเทศ
สาเหตุหลักที่ผลักดันให้ราคาทองคำดิ่งเหวในวันนี้ มาจากการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ที่สิ้นสุดลงเมื่อคืนวันที่ 30 เมษายน (ตามเวลาสหรัฐฯ) แม้ Fed จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่ถ้อยแถลงของประธาน Jerome Powell กลับส่งสัญญาณที่ "แข็งกร้าวเกินคาด" โดยระบุว่า "เงินเฟ้อยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ และ Fed ยังไม่เห็นหลักฐานที่เพียงพอที่จะมั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน" พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจถูก "เลื่อนออกไป" อีกนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในตอนต้นปี 2569
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่สนับสนุนท่าทีของ Fed ได้แก่ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนเมษายนที่ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งออกมาสูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.7% ขณะที่ตัวเลข Core PCE (ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลไม่รวมอาหารและพลังงาน) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ ก็ยังคงยืนเหนือ 3.0% ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงฝังลึกอยู่ในเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ผลพวงจากท่าทีที่แข็งกร้าวของ Fed ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดัชนี DXY (Dollar Index) ซึ่งใช้วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ได้พุ่งขึ้นทะลุระดับ 107.50 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์ มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ที่ถือสกุลเงินอื่น และลดความน่าสนใจในการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ในตลาดโลก ราคาทองคำสปอต (XAU/USD) ร่วงลงอย่างหนักจากระดับสูงสุดเมื่อวานที่ราว 2,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงมาแตะระดับ 2,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นการลดลงกว่า 70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สะท้อนถึงแรงเทขายจากนักลงทุนที่หันไปหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอย่างพันธบัตรสหรัฐฯ ที่อัตราผลตอบแทนปรับตัวสูงขึ้นตามการคาดการณ์ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นนานขึ้น
แม้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา แต่ในวันนี้ดูเหมือนว่าประเด็นด้านนโยบายการเงินจะเข้ามามีอิทธิพลเหนือกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนระอุ การโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ และความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาสยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้ง่ายๆ นอกจากนี้ ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ และความตึงเครียดรอบไต้หวัน ก็ยังคงเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนจับตาดูอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ในบริบทของวันนี้ ปัจจัยเหล่านี้ดูเหมือนจะถูกบดบังด้วยความกังวลเรื่องดอกเบี้ยที่สูงขึ้นนานขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อต้นทุนการถือครองทองคำ
เศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา รายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนที่ประกาศเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วออกมาผสมผสานกัน แม้ภาคบริการจะยังคงแข็งแกร่ง แต่ภาคการผลิตยังคงเผชิญกับความท้าทายจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ชะลอตัวและปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ หากเศรษฐกิจจีนยังคงฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อทองคำในระยะยาว และเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันต่อราคาทองคำในตลาดโลก
หากมองย้อนกลับไปในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ราคาทองคำในประเทศเคยพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 72,000 บาท (ราคาขายออก) แรงหนุนจากการเข้าซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และการคาดการณ์ว่า Fed อาจเริ่มลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2569 แต่การปรับฐาน 900 บาทในวันนี้ ถือเป็นการยืนยันว่าตลาดทองคำได้เข้าสู่ช่วงการปรับฐานที่สำคัญแล้ว หลังจากที่วิ่งขึ้นมาอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้า
ในระยะสั้น 1-3 วันข้างหน้า ตลาดทองคำมีแนวโน้มที่จะยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยหลักสองประการ ได้แก่ ท่าทีที่แข็งกร้าวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ นักลงทุนจะจับตาดูถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ท่านอื่นๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าจะมีสัญญาณที่ผ่อนคลายลงจากประธาน Powell หรือไม่ หากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังคงส่งสัญญาณ "ดอกเบี้ยสูงนานขึ้น" (Higher for Longer) ราคาทองคำก็จะยังคงเผชิญแรงเทขายต่อไป
นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) และอัตราการว่างงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้นำทิศทางตลาด หากตัวเลขการจ้างงานยังคงแข็งแกร่งและค่าจ้างปรับตัวสูงขึ้น อาจยิ่งตอกย้ำมุมมองของ Fed ว่าเงินเฟ้อยังคงเป็นปัญหา และจะทำให้แนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยยิ่งห่างไกลออกไป ซึ่งจะส่งผลลบต่อราคาทองคำ ในทางกลับกัน หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอเกินคาด อาจทำให้ตลาดเริ่มกลับมาคาดการณ์การลดดอกเบี้ยอีกครั้ง และเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้บ้าง
สำหรับแนวโน้มระยะยาว ทองคำยังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่น่าสนใจหลายประการ แม้ในระยะสั้นจะถูกกดดันจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดของ Fed แต่หากมองข้ามไปในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองคำ
ประการแรก แม้ Fed จะส่งสัญญาณแข็งกร้าว แต่แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงเป็นความท้าทายทั่วโลก หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะยาว ทองคำจะยังคงเป็นที่ต้องการในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่กัดกร่อนมูลค่าของสกุลเงิน
ประการที่สอง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ไปจนถึงความเสี่ยงจากสงครามการค้าและเทคโนโลยี ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นแรงหนุนให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น
ประการสุดท้าย การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นเทรนด์ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางของประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพิงเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคาทองคำในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตลาดในระยะสั้นยังคงสูง นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและตัวเลขเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และพิจารณาการลงทุนด้วยความระมัดระวัง
FAQ
คำถาม: ทำไมราคาทองคำในประเทศถึงร่วงลงแรงกว่า 900 บาทในวันนี้?
คำตอบ: สาเหตุหลักมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณแข็งกร้าวเกินคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นนานกว่าเดิม เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังคงดื้อรั้น ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และราคาทองคำในตลาดโลกร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาทองคำในประเทศ
คำถาม: การที่ Fed คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 5.25-5.50% มีผลต่อทองคำอย่างไร?
คำตอบ: การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงและส่งสัญญาณว่าจะรักษาระดับนี้ไว้ "นานขึ้น" ทำให้ต้นทุนการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยสูงขึ้น และทำให้สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนอย่างพันธบัตรสหรัฐฯ น่าสนใจกว่า ซึ่งกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง
คำถาม: ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเกี่ยวข้องกับราคาทองคำอย่างไร?
คำตอบ: ทองคำเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทำให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ที่ถือสกุลเงินอื่น และลดความน่าสนใจในการซื้อทองคำ ซึ่งมักจะส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง
คำถาม: นักลงทุนควรทำอย่างไรกับทองคำในช่วงนี้?
คำตอบ: ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและตัวเลขเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด พิจารณาการลงทุนด้วยความระมัดระวัง และอาจพิจารณาปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การลงทุนในทองคำยังคงมีบทบาทเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว แต่ในระยะสั้นอาจเผชิญแรงกดดัน
คำถาม: มีปัจจัยใดบ้างที่อาจทำให้ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัวได้?
คำตอบ: ปัจจัยที่อาจหนุนให้ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัวได้แก่ การที่ Fed เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน, การอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์, ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ, หรือสัญญาณของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง ซึ่งจะเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
สรุป
ตลาดทองคำในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เผชิญกับการปรับฐานครั้งใหญ่ โดยราคาทองคำในประเทศร่วงลงกว่า 900 บาท รับผลกระทบจากท่าทีที่แข็งกร้าวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ส่งสัญญาณ "ดอกเบี้ยสูงนานขึ้น" เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นความท้าทาย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและกดดันราคาทองคำในตลาดโลกให้ดิ่งลง แม้ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาเศรษฐกิจจีนจะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แต่ในระยะสั้น แรงกดดันจากนโยบายการเงินของ Fed ดูจะมีอิทธิพลเหนือกว่า นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ข้อมูลนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
หลังจากการปรับฐานอย่างรุนแรงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจากท่าทีที่แข็งกร้าวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตลาดทองคำยังคงอยู่ในภาวะผันผวนและเผชิญกับแรงกดดันต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม โดยราคาทองคำในประเทศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 มีการเคลื่อนไหวในกรอบแคบลง แต่ยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เคยทำไว้เมื่อปลายเดือนเมษายน
ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศวันนี้ (8 พ.