🥇 ทองสมาคม ซื้อ 72,000.00 ขาย 72,200.00 ▲ +250|🏅 ทองแท่ง 96.5% ซื้อ 72,000.00 ขาย 72,200.00|💍 ทองรูปพรรณ ซื้อ 70,554.64 ขาย 73,000.00|🥇 ทองสมาคม ซื้อ 72,000.00 ขาย 72,200.00 ▲ +250|🏅 ทองแท่ง 96.5% ซื้อ 72,000.00 ขาย 72,200.00|💍 ทองรูปพรรณ ซื้อ 70,554.64 ขาย 73,000.00|
สรุปรายวัน

สรุปราคาทองคำประจำวัน 24 เม.ย. 2569: ตลาดเผชิญแรงกดดันจาก Fed และภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลาย

📅 24 เม.ย. 2569 18:30 น. 👁 53 ครั้ง 🥇 ราคาอ้างอิง: 71,750.00 บาท
สรุปราคาทองคำประจำวัน 24 เม.ย. 2569: ตลาดเผชิญแรงกดดันจาก Fed และภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลาย

ราคาทองคำในประเทศประจำวันที่ 24 เมษายน 2569 ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 250 บาท สวนทางกับช่วงก่อนหน้าที่ทะยานขึ้นอย่างร้อนแรง โดยได้รับแรงกดดันจากสัญญาณ Hawkish ของธนาคารกลางสหรัฐฯ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ดูเหมือนจะคลี่คลายลงชั่วคราว ส่งผลให้ทองแท่ง 96.5% มีราคาซื้ออยู่ที่ 71,750.00 บาท และราคาขายอยู่ที่ 71,950.00 บาท

ตลาดทองคำไทยเผชิญแรงเทขาย: ปัจจัยอะไรบ้างที่กดดันราคา?

เช้าวันนี้ (24 เมษายน 2569) สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำปรับลดลง 250.00 บาท คิดเป็นการลดลง 0.35% จากราคาปิดเมื่อวานนี้ โดยราคาทองคำแท่ง 96.5% ซื้อเข้าอยู่ที่ 71,750.00 บาท และขายออกที่ 71,950.00 บาท ซึ่งเป็นการปรับฐานหลังจากที่ราคาทองคำไทยพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แรงกดดันหลักมาจากสองปัจจัยสำคัญคือท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการลดลงของความร้อนแรงในสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์บางประเด็น

Fed ส่งสัญญาณ "อดทน" กับเงินเฟ้อ: ดอลลาร์แข็ง ทองคำอ่อนแรง

เมื่อคืนที่ผ่านมา (23 เมษายน 2569) นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้แถลงการณ์ต่อคณะกรรมาธิการการเงินของสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ Fed จะต้อง "อดทน" มากขึ้นในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากข้อมูลเงินเฟ้อยังคงมีความ "เหนียวแน่น" (sticky) กว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมีนาคม 2569 ที่พุ่งขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.5% อย่างมีนัยสำคัญ

คำกล่าวของพาวเวลล์ส่งผลให้ตลาดปรับลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ลง โดยนักลงทุนเริ่มมองว่าการลดดอกเบี้ยครั้งแรกอาจถูกเลื่อนออกไปเป็นไตรมาส 3 หรือปลายปี 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยดัชนี DXY (Dollar Index) พุ่งทะลุระดับ 106.00 ขึ้นไปยืนเหนือ 106.25 จุด ซึ่งเป็นการแข็งค่าที่สุดในรอบหลายเดือน การแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้ราคาทองคำในตลาดโลก (XAU/USD) ซึ่งซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น และส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไร กดดันให้ราคาทองคำโลกปรับลดลงจากระดับ $2,365 เมื่อวานนี้ลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ $2,330-$2,340 ในช่วงเช้าวันนี้

ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายชั่วคราว: ลดแรงหนุน Safe Haven

อีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามาเสริมแรงกดดันต่อราคาทองคำคือการคลี่คลายลงชั่วคราวของสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากที่รัฐบาลอิหร่านและซาอุดีอาระเบียได้มีการเจรจาผ่านคนกลางอย่างลับๆ และมีรายงานข่าวว่าได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการลดความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก นอกจากนี้ การเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสในฉนวนกาซาก็มีความคืบหน้าเล็กน้อย แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนก็ตาม

การลดลงของความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้ได้ลดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) อย่างทองคำลงชั่วคราว ทำให้เม็ดเงินลงทุนบางส่วนไหลออกจากตลาดทองคำไปสู่สินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น ตลาดหุ้น หรือพันธบัตร

เปรียบเทียบราคาทองคำ: การปรับฐานที่คาดการณ์ได้

หากเปรียบเทียบกับราคาเมื่อวานนี้ (23 เมษายน 2569) ซึ่งทองคำแท่งปิดที่ 72,200.00 บาท (ขายออก) ราคาในวันนี้ลดลง 250 บาท ในขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (17 เมษายน 2569) ราคาทองคำไทยยังคงซื้อขายอยู่ในระดับ 70,500.00 - 70,800.00 บาท การปรับฐานในวันนี้จึงถือเป็นเรื่องปกติหลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงกว่า 1,000 บาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยบวกด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อที่สูงขึ้นก่อนหน้านี้

แนวโน้มระยะสั้น 1-3 วัน: จับตาสัญญาณจาก Fed และข้อมูลเศรษฐกิจ

ในระยะสั้น 1-3 วันข้างหน้า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะผันผวนและอาจเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หาก Fed ยังคงท่าที Hawkish และค่าเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่า อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์กลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หรือมีข้อมูลเศรษฐกิจที่บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ ก็อาจจะหนุนให้ราคาทองคำกลับมาเป็นที่ต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง นักลงทุนควรจับตาการประกาศดัชนี PCE Price Index ของสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด

คำแนะนำการลงทุน: ควรถือหรือขาย ณ ราคานี้?

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาทองคำกำลังปรับฐานและเผชิญแรงกดดันจาก Fed ที่ Hawkish ขึ้น ประกอบกับการคลี่คลายลงชั่วคราวของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์:

* สำหรับนักลงทุนระยะสั้น: หากรับความเสี่ยงได้น้อย และมีกำไรในพอร์ตอยู่แล้ว การพิจารณา ขายทำกำไร บางส่วน ณ ระดับราคา 71,950 บาท เพื่อลดความเสี่ยงและรอจังหวะเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาอ่อนตัวลง อาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม
* สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว: หากยังไม่มีทองคำในพอร์ตและต้องการสะสม การรอจังหวะที่ราคาปรับฐานลงมาที่แนวรับสำคัญ เช่น บริเวณ 71,000 - 71,200 บาท หรือหากราคาทองคำโลก (XAU/USD) ทดสอบแนวรับ $2,300-$2,310 แล้วไม่หลุดลงไป อาจเป็นจุดเข้าซื้อที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม การ ถือ ทองคำไว้ในพอร์ตบางส่วนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นสิ่งสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถาม: การปรับลดลงของราคาทองคำในวันนี้เป็นสัญญาณว่าขาขึ้นของทองคำได้จบลงแล้วหรือไม่?
คำตอบ: ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าขาขึ้นของทองคำได้จบลงแล้ว การปรับลดลงในวันนี้เป็นเพียงการปรับฐานและตอบสนองต่อปัจจัยเฉพาะหน้า เช่น ท่าทีของ Fed และการคลี่คลายของภูมิรัฐศาสตร์ชั่วคราว แนวโน้มระยะยาวยังคงถูกหนุนด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก

คำถาม: ปัจจัยใดที่สำคัญที่สุดที่ต้องจับตาสำหรับราคาทองคำในสัปดาห์หน้า?
คำตอบ: ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการประกาศดัชนี PCE Price Index ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ใช้ในการพิจารณานโยบาย รวมถึงถ้อยแถลงเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ Fed และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและรัสเซีย-ยูเครน

คำถาม: ค่าเงินบาทมีผลต่อราคาทองคำในประเทศอย่างไร?
คำตอบ: ค่าเงินบาทมีผลอย่างมากต่อราคาทองคำในประเทศ หากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ (เช่น 1 ดอลลาร์แลกได้หลายบาท) จะทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าราคาทองคำโลกจะทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยก็ตาม ในทางกลับกัน หากเงินบาทแข็งค่าขึ้น ราคาทองคำในประเทศก็จะถูกกดดันให้ลดลง

คำถาม: เศรษฐกิจจีนในปัจจุบันมีผลต่อราคาทองคำอย่างไร?
คำตอบ: เศรษฐกิจจีนเป็นผู้บริโภคและผู้นำเข้าทองคำรายใหญ่ของโลก หากเศรษฐกิจจีนเติบโตแข็งแกร่ง ความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนและเครื่องประดับก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะหนุนราคาทองคำ ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง อาจส่งผลให้ความต้องการทองคำลดลง และกดดันราคาได้ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ธนาคารกลางจีนยังคงเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ ซึ่งช่วยพยุงราคาทองคำได้ในระดับหนึ่ง

สรุป

ราคาทองคำในวันนี้ได้มีการปรับฐานลง 250 บาท ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อท่าทีที่ Hawkish ขึ้นของธนา

คารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการคลี่คลายลงชั่วคราวของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะมีการปรับฐาน แต่แนวโน้มระยะยาวของทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและแรงซื้อจากธนาคารกลางต่างๆ นักลงทุนจึงควรติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ข้อมูลนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

คารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการคลี่คลายลงชั่วคราวของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะมีการปรับฐาน แต่แนวโน้มระยะยาวของทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและแรงซื้อจากธนาคารกลางต่างๆ นักลงทุนจึงควรติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ข้อมูลนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

📤 แชร์บทความ:
Facebook Messenger LINE X (Twitter)
ลิงก์สั้น: https://xn--42cg1c5bwc1ab.live/s/9te9bh5
ราคาทอง สรุปราคา ทองคำวันนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

← บทความทั้งหมด หน้าแรก →