🥇 ทองสมาคม ซื้อ 72,250.00 ขาย 72,450.00 ▼ -300|🏅 ทองแท่ง 96.5% ซื้อ 72,250.00 ขาย 72,450.00|💍 ทองรูปพรรณ ซื้อ 70,812.36 ขาย 73,250.00|🥇 ทองสมาคม ซื้อ 72,250.00 ขาย 72,450.00 ▼ -300|🏅 ทองแท่ง 96.5% ซื้อ 72,250.00 ขาย 72,450.00|💍 ทองรูปพรรณ ซื้อ 70,812.36 ขาย 73,250.00|
สรุปรายวัน

เจาะลึกสถานการณ์ทองคำ 21 เม.ย. 2569: แรงหนุนจากความผันผวนเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์

📅 21 เม.ย. 2569 20:54 น. 👁 12 ครั้ง 🥇 ราคาอ้างอิง: 72,750.00 บาท
เจาะลึกสถานการณ์ทองคำ 21 เม.ย. 2569: แรงหนุนจากความผันผวนเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์


ราคาทองคำในประเทศประจำวันที่ 21 เมษายน 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 150 บาท สู่ระดับ 72,950 บาทสำหรับทองคำแท่งขายออก สะท้อนถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ยังคงแข็งแกร่ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สรุปราคาทองคำประจำวันที่ 21 เม.ย. 2569

วันนี้ (21 เม.ย. 2569) ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคารับซื้อและขายออกสำหรับทองคำแท่ง 96.5% ดังนี้:
* ราคาทองแท่ง 96.5%:
* รับซื้อ: 72,750.00 บาท
* ขายออก: 72,950.00 บาท
* เปลี่ยนแปลง: เพิ่มขึ้น +150.00 บาท หรือคิดเป็น 0.21% จากราคาปิดเมื่อวาน

การปรับขึ้นครั้งนี้สอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลก (XAU/USD) ที่ยังคงยืนเหนือระดับ 2,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนถึงแรงซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องจากหลากหลายปัจจัย

ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำ: สภาวะเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์

การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในวันนี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสถานการณ์สำคัญระดับโลกหลายประการ ที่ยังคงสร้างความผันผวนและกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย:

1. การดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และเงินเฟ้อสหรัฐฯ

แม้ว่าจะเข้าสู่ช่วงกลางปี 2569 แล้ว แต่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงดำเนินนโยบายการเงินด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ที่เพิ่งเปิดเผยออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชี้ให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ Fed ส่วนใหญ่ยังคงกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมีนาคม 2569 ที่ประกาศออกมาเมื่อต้นเดือนเมษายนยังคงอยู่ที่ 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ ก็ยังคงอยู่ในระดับ 3.2%

ความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อที่ "เหนียวแน่น" นี้ ทำให้ Fed มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หรืออย่างน้อยก็ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไปอีก ซึ่งส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 4.6% อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในระยะยาว และความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจชะลอตัวลงหาก Fed คงอัตราดอกเบี้ยสูงนานเกินไป กลับกลายเป็นแรงหนุนให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้ดีในภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

2. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: ตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่หนุนราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮามาสในฉนวนกาซายังคงยืดเยื้อและมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างขึ้นในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ได้สร้างความกังวลอย่างมากต่ออุปทานพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

แม้ว่าสถานการณ์จะยังไม่บานปลายไปสู่สงครามขนาดใหญ่ แต่ความไม่แน่นอนและโอกาสของการหยุดชะงักของเส้นทางการค้าสำคัญนี้ ได้กระตุ้นให้นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยังคงดำเนินอยู่ และความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน ก็ยังคงเป็นปัจจัยเสริมที่สร้างความไม่มั่นคงในภาพรวมของภูมิรัฐศาสตร์โลก

3. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY Index) และราคาทองโลก (XAU/USD)

แม้ว่าดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY Index) จะยังคงแข็งค่าอยู่ในระดับ 104.8 จุด ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะกดดันราคาทองคำ แต่แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลเงินเฟ้อได้เข้ามาชดเชยแรงกดดันดังกล่าว ทำให้ราคาทองคำโลก (XAU/USD) สามารถยืนเหนือระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 2,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยมีแรงซื้อเข้ามาจากทั้งธนาคารกลางทั่วโลกและนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการกระจายความเสี่ยง

4. เศรษฐกิจจีนและความต้องการทองคำ

เศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์และแรงกดดันด้านการส่งออก แม้ว่ารัฐบาลจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชนยังคงเปราะบาง สิ่งนี้ได้กระตุ้นให้ธนาคารกลางจีนยังคงซื้อทองคำเข้าเป็นทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ ความต้องการทองคำจากภาคครัวเรือนและนักลงทุนรายย่อยในจีนก็ยังคงสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่าทองคำเป็นแหล่งเก็บมูลค่าที่ดีที่สุดในภาวะที่ตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

การเปรียบเทียบราคาย้อนหลังและแนวโน้มระยะสั้น

* เมื่อวาน (20 เม.ย. 2569): ราคาทองคำแท่งปิดที่ 72,800 บาท (ขายออก)
* สัปดาห์ที่แล้ว (14 เม.ย. 2569): ราคาทองคำแท่งปิดที่ประมาณ 72,200 บาท (ขายออก)
จะเห็นได้ว่าราคาทองคำได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 750 บาทภายในหนึ่งสัปดาห์ สะท้อนถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่ง

แนวโน้มระยะสั้น (1-3 วัน): คาดว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานเดิม ทั้งความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินของ Fed และความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นประเด็นหลัก อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นที่รวดเร็วอาจนำไปสู่การทำกำไรในระยะสั้นได้ หากไม่มีข่าวใหม่ที่สร้างแรงกระตุ้นอย่างมีนัยสำคัญ แนวรับสำคัญอยู่ที่ 72,500 บาท และแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 7

📤 แชร์บทความ:
Facebook Messenger LINE X (Twitter)
ลิงก์สั้น: https://xn--42cg1c5bwc1ab.live/s/eagjaqe
ราคาทอง สรุปราคา ทองคำวันนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

← บทความทั้งหมด หน้าแรก →